Fashion design ชุดเอนกประสงค์

ออกแบบเสื้อผ้า

Fashion design

Fashion design

Fashion design

เสื้อผ้าวัยรุ่นสไตล์เกาหลี

ชุดใส่ทำงานสไตล์นักกิฬา

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

Fashion design ชุดราตรี

Fashion design ชุดแฟนซี

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

เสื้อผ้าแฟชั่น ออกแบบเสื้อผ้า

ออกแบบเสื้อผ้าชุดลำรอง

อ่านกระทู้ทั้งหมด ตั้งกระทู้ใหม่

ตำรายาวาสนาจินดามณี

ยาจินดามหามณี
“ ดอกคราด ดอกจันทร์ เกสรบุษบัน เปราะหอม กำยาน โกฐสอ โกฐเขมา ทองน้ำประสาน เปลือกกุ่มชลธาร กรุงเขมาเท่ากัน สมแล้วตำบด พิมเสมชมด น้ำผึ้งรวงรัน กฤษณา น้ำมะนาว น้ำมะเขือขื่นคั้นผสมยาเข้าด้วยกัน บดปั้นตากกิน เป็นยาวาสนา เลิศล้ำตำรา ในโลกแดนดิน อุปเท่ห์กล่าวไว้ ผู้ใดได้กิน จะสวัสดิโสภิน กว่าคนทั้งหลาย พัสดุเงินทอง จักพูนกูนกอง กว่าโลกหญิงชาย นำมาบูชาอภิวาท์บ่วาย ระงับอันตราย ทั้งสี่กิริยา โทษหนักเท่าหนัก มาตร์แม้นประจักษ์ ถึงกาลมรณา ถ้าแม้นได้กิน ซึ่งยาวาสนา กลับน้อยถอยคลา เคลื่อนคลายหายเอยฯ ”

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนทำพิธี
คาถาจินดามณี ใช้เสกเวลาบดยาในพระอุโบสถ มีเครื่องสักการะบูชา
"จินดามะณี ปิยังมันตัง ยะสัง ทาสัง โกมัง อุปะสันติ สิเนหัง มาตาปิตาวะโอระสัง ปะโพตัญจะ มหาราชา ตะวังมังโป สัตถุโนทิปัง กาเรเทโว สุโป เสทิ กิญจิเทโว สักโกปัชชัง พัสมิง กินเนวา ทัตวาปิยังกัตตะ สิรีปุตโต ภะวันตุเม สิทธิลาภัง ชะนานะเย"

แท่นหินบดยา ลงด้วยยันต์ อิสะวาสุ สุสะวาอิ …ยันต์สี่เหลี่ยม 16 ตา
ลูกหินบดยา ลงด้วยยันต์ตรีนิสิงเห ซึ่งเป็นยันต์เดียวกับยันต์ลงพระชั้นเดียว
หาฤกษ์สำหรับบดยา ควรใช้ฤกษ์ในเวลาเช้าจะได้มีเวลามากๆ และสะดวกไปถึงบ่าย
เตรียมเครื่องยาให้ครบ
นิมนต์พระมาสวด ในวันทำพิธี โดยต้องหาพระอาจารย์ที่มีญาณแก่กล้า เตรียมพระอุโบสถที่จะทำพิธี เตรียมสายสิญจน์ในพิธีไว้ให้เรียบร้อยล่วงหน้า 1 วัน มีการบูชาเทวดา บูชาครู และบูชาครูหมอยา สวดมนต์เหมือนการปลุกเสกพระ สะเดาะเคราะห์ แต่ต้องสวดพระปริตรทุกบท และเพิ่มบทอื่นๆ ตามแต่จะเห็นสมควร รวมทั้งที่ใช้เสกยา รายละเอียดพระบุญส่ง อยู่หน้าโบสถ์วัดตะเคียน หรือวัดมหาพฤฒาราม ทราบดี และพระวัดนี้สวดเป็น และเคยเห็นพิธีมาหลายสิบปี
เตรียมบัตรพลี เครื่องสังเวย ชุดใหญ่ 1 ชุด สำหรับใช้ในพิธี
ถาดใหญ่ๆ ใบตอง สำหรับรองหินบดยา และรองรับตัวยา
ที่สำหรับปั้มเม็ดยา เป็นแบบกดๆ เพื่อสะดวกในการปั้นเม็ดยา หรือแบบร่อนทำยาลูกกลอน ที่ตามร้านรับปั้นยาลูกกลอนใช้กัน หรือจะนำตัวยาไปปั้นเป็นเม็ดที่ร้านภายหลังเสร็จพิธีก็ได้
แผ่นทองคำเปลว ชนิด 100 เปอร์เซ็นต์ สำหรับติดกับยาทุกเม็ด หรือนำไปปั่นรวมกันเวลาขึ้นรูปเม็ด
น้ำที่ต้มจากไม้กฤษณา ไว้สำหรับผสมยาตอนหมักยา หรือเรียกว่าหม่ายา ใส่พร้อมพิมเสน น้ำมะนาว น้ำมะเขือขื่น และเครื่องยาอื่นๆ
น้ำดอกไม้ ซื้อตามร้ายขายยาไทย ใช้พรมยาเวลาบดยาจะช่วยให้บดง่าย
ชะมดเช็ด กินโดยตรงไม่ได้เป็นพิษ ต้องฆ่าก่อนนำไปใช้ ประกอบยา โดยใช้ใบชะพลูซอยให้ละเอียดๆ ใส่ในทัพพีเงินแท้ และเอาชะมดเช็ดวางข้างบน เอาไฟเทียนใหญ่ๆ ลนทัพพีพอชะมดเช็ดละลาย หาผ้ากรองเอาขี้ฝุ่นขี้ผงออกให้สะอาด เอาแต่น้ำมันไปใช้ผสมยา (ชะมดเช็ดจะมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อฆ่าแล้วจะมีกลิ่นหอม ชะมดเช็ดเกิดจากตัวชะมดเช็ดตัวผู้ เอาไข่ของมันไปเช็ดไว้ตามกิ่งไม้ เข้าใจว่าเพื่อใช้กลิ่นเรียกตัวเมีย หรือแสดงอาณาเขตของตน และคนไปเก็บมาใช้ทำยา ต้องใช้อย่างดี กลิ่นแรงๆ มีคนทำขายแถว เขาย้อย จ.เพชรบุรี ถามคนแถวนั้นดูพวกวินมอเตอร์ไซด์ กำนัน นายอำเภอจะรู้ดี ต้องสั่งล่วงหน้าหลายเดือน เพราะยาไทยใช้ในบางตัว หลายเจ้าสั่ง สั่งก่อนได้ก่อน)
น้ำประสานทอง เอาไปสะตุก่อน ร้านขายยารู้วิธี และเวลาซื้อเขาทำให้เสร็จเรียบร้อย
ส่วนใหญ่เท่าที่ทราบวิธีฆ่าพิษโดยนำภาชนะไปตั้งไฟให้ร้อน เมื่อภาชนะร้อนดีแล้วจึงนำน้ำประสานทองซึ่งลักษณะเป็นผงสีขาวๆ ใส่ลงไป พอโดนความร้อนน้ำประสานทองจะแปรรูปเป็นก้อนๆ คล้ายข้าวโพดแตกตัว (ให้ร้านขายยาทำให้ดีกว่า)
ดอกจันทร์ ต้องใช้ดอกจันทร์จากจังหวัดตรัง สั่งได้ที่ร้านขายยาหรือจากทางภาคใต้ คล้ายดอกพิกุล ดอกเล็กๆ ต้องหาเอง อย่าไปเอาที่ร้านเจ้ากรมเป๋อ เป็นดอกใหญ่ๆ เพราะเป็นคนละอย่างกัน
กำยาน ต้องให้ร้านขายยาตำเพราะเราทำไม่เป็น มันจะเหนียว
ดอกคราด สั่งทางเหนือแม่สาย เชียงใหม่ตามตลาดในเชียงใหม่จะมีขาย เดือน 11-12 มีดอกเยอะ ต้องเอามาตากแห้ง ทางเหนือใส่ในแกงแค ดอกสีเหลืองๆ และจังหวัดราชบุรี เรียกดอกคราดหัวแหวน ลักษณะคล้ายหัวแหวน บางทีมีขายแถวตลาดเทเวศน์ เพราะบางคนนำมากินกับขนมจีน เรียกดอกผักเผ็ด บางคนนำมาใช้อุดฟันแก้ปวดฟันได้
มะเขือขื่น มีขายแถวราชบุรี ต้องเป็นมะเขือที่ขึ้นเอง สังเกตุดูตรงจุกต้องมีหนาม ไม่ได้ใส่ปุ๋ย และเวลาใช้ต้องคั้นเอาแต่น้ำเท่านั้นไปผสมกับยา
เกสรบุษบัณ ให้ใช้แต่เกสรดอกบัวเผื่อนเท่านั้น เอาแต่เกสรจริงๆ มาใช้ โดยมากเสร็จฤดูทำนาจึงจะออกดอก หาได้แถวสุพรรณ เด็ดเฉพาะเกสรให้เสร็จและตากแห้ง มิฉะนั้นจะเน่าภายในคืนเดียว แล้วรีบตากในตอนเช้าทันที
สั่งได้กับพระวัดศรีสิมมา ชื่อพระสุชน อยู่บ้านแพ้ว สั่งให้ตากแห้งแล้วเด็ดให้เสร็จ กิโลละ 4000 บาท ท่านไปสั่งที่สุพรรณอีกที
ไม้กฤษณา เอามาต้มเสร็จแล้ว เอาแต่น้ำของมันไปใช้ (ใช้อย่างเนื้อไม้ดี) ตุ๋นหรือต้มประมาณ 5-6 วันใช้หม้อไฟฟ้าก็ได้เพราะสะดวก
พิมเสน ต้องเอาอย่างดี แบบเป็นเยื่อไผ่แท้ๆ ราคาบาทละประมาณ 1000 กว่าบาท ของญี่ปุ่นก็มี
เปราหอม เอาแต่หัวมาใช้ (ที่กินกับปลาไหล)
น้ำผึ้งเดือนห้า ต้องเป็นน้ำผึ้งป่าของแท้
ร้านขายยาบางซื่อเภสัช ติดตลาดบางซื่อ มีทุกอย่างยกเว้นชะมด ดอกจันทร์ ดอกคราด ดอกบัวเผื่อน เวลาไปร้านขายยาบอกพี่ตุ๊กแกแนะนำมา เขาจัดการให้ได้หมด รู้จักพี่ตุ๊กแกมา 40 กว่าปี

เริ่มพิธี
คืนแรกหลังจากได้ยามาครบแล้ว เสกด้วย สักกัตตะวา เพื่อรักษาโรค และพระปริตร หลังจากนั้นในตอนเช้าเอายาไปบดให้เรียบร้อย และกรองเอากากออกให้เรียบร้อย (เสกเองที่บ้านก็ได้)
คาถาสักกัตวา

สักกัตวา พุทธะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
หิตังเทวะมะนุสสานัง พุทธะเตเชนะ โสตถินา
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ ทุกขา วูปะสะเมนตุเม

สักกัตวา ธัมมะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
ปาริฬาหูปะสะมะนัง ธัมมะเตเชนะ โสตถินา
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ ภะยา วูปะสะเมนตุเม

สักกัตวา สังฆะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
อาหุเณยยัง ปาหุเณยยัง สังฆะเตเชนะ โสตถินา
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ โรคา วูปะสะเมนตุเม

และสวดพระปริตรด้วยทุกบท

คืนที่สองหมักยา โดยเอาทุกอย่างประสมกันหมด การใส่น้ำผึ้งต้องระวังอย่าให้มากเกินไป เพราะยาจะแฉะไม่แห้ง ใส่เพียงให้ยาเกาะกันได้เท่านั้น และเอาผ้าขาวคลุมไว้ แล้วเสกเหมือนคืนแรก (เสกเองที่บ้าน)

ในเช้ารุ่งขึ้นวันที่สามทำ ในพิธีต้องตั้งบัตรพลี เครื่องสังเวยชุดใหญ่ 1 ชุด สังเวยเทวดา ไหว้ครู ไหว้ครูหมอยาด้วย
นิมนต์พระสวดในพิธี สวดพระปริตร สวดนพเคราะห์ เพื่อแก้คราด ถูกศูนย์ ถูกจันทร์ ถูกลัคนา สวดแบบสะเดาะเคราะห์ บทสวดมนต์ พระบุญส่งอยู่หน้าโบสถ์ วัดตะเคียน (มหาพฤฒารามจะมีตำรานี้) ท่านไม่หวง ตำรานี้ท่านได้จากอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ทิ้งตำราไว้ให้ทั้งหมดฯลฯ
หลังจบพิธีต้องสวดบทอัญเชิญเทวดากลับด้วย มิฉะนั้นจะลุ่มร้อนไปหมด เพราะท่านอยู่ไม่สบายเหมือนวิมานท่าน
พิธีบดยาต้องกระทำภายในพระอุโบสถ โดยเอายาที่บดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้มาเข้าบดในพิธี ตามฤกษ์ที่โหรได้หาไว้สำหรับเริ่มบดยา (มีในตำรามหูรตะ ผม วรุตม์ รับจะหาฤกษ์ยามให้) โดยมีพระคอยสวดขณะที่บด ส่วนคนที่บทยาก็ต้องท่องคาถาจิดามณีไปด้วย
หินบดยา ลงยันต์แก้วสาระพัดนึกที่ลูกบดยา อิสะวาสุลงแท่นหินบดยา เพื่อบดในโบสถ์ หลังจากนั้นเสร็จพิธีเอายาไปปั้นเม็ดที่โรงงานก็ได้ หรือปั้นเม็ดที่วัด ที่บ้านก็ได้ พอหมาดๆ ก็ปิดทอง หรือหากใช้เครื่องพอหมาดๆ ก็นำทองคำเปลวไปติดในเครื่อง เมื่อยากลิ้งไปกลิ้งมาก็ติดเอาทองไปด้วย
การบดใช้หินบดที่เตรียมไว้ และใบตองถาด เวลาบดคนที่บดต้องว่าคาถาจินดามณีไปเรื่อยๆ และบดไปด้วยพร้อมกัน จนกระทั่งพระสวดเสร็จ (ยาที่จะบดนี้เราจะไปจ้างเขาบดแห้งไว้ก่อนด้วยเครื่องบดยา ให้ละเอียด และนำไปบดเพิ่มเติมในพิธีเท่านั้น เพราะหากไปบดในพิธีทั้งหมดจะทำไม่ทัน และได้ตัวยาน้อย ออกมาไม่สวย) ขณะบดพรมน้ำดอกไม้จะช่วยให้บดง่ายขึ้นแต่ต้องไม่ให้แฉะเกินไป เสร็จแล้วนำไปปั้น จะปั้นที่วัดหรือที่บ้านก็ได้ โดยใช้ที่กดๆ ปั้มเป็นเม็ดยาออกมา หรือใช้เครื่องปั้นยาลูกกลอน
การตากยา ควรตากภายในร่ม และอากาศถ่ายเทสะดวก อย่าตากกลางแดดเดี๋ยวกลิ่นหอมหายหมด
ข้อควรระวัง ห้ามบดเครื่องตัวยาเก็บเอาไว้นานๆ จะมีตัวแมลงเกิดเป็นตัวขึ้นมากินหมด เพราะในตัวยามักมีไข่ของพวกนี้ แต่ตาเรามองไม่เห็น
ให้เอาตัวยามาตากแห้งไว้ก่อนบดได้ และเมื่อถึงเวลาใกล้วันทำพิธีค่อยนำไปบด
น้ำหนักเครื่องยา มี 2 วิธีคิดคือ
แบบแรกชั่งยาทุกอย่างเท่ากันหมด ชั่งให้พอดี แล้วนำไปบดปนกันหมดแล้วคัดกากออก แบบที่สองแยกบดทีละอย่าง แล้วจึงค่อยนำมาชั่งน้ำหนักให้เท่าๆ กันในภายหลัง
การหาน้ำหนักยาจึงมี 2 แบบ แต่อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ใช้แบบแรกคือวิธีชั่งน้ำหนักก่อน แล้วนำไปบดปนกันหมดจากนั้นจึงคัดกากออก เหลือแต่ผงยาที่ละเอียดๆ

แผ่นทองคำเปลวของแท้ อาจารย์เทพย์จะใช้ติดที่เม็ดยาทุดเม็ด หลังจากเม็ดยาแห้งหมาดๆ แล้ว ติดเพียงเล็กน้อยขนาดกว้างยาวเพียง 1/10 นิ้วต่อเม็ดยา ซึ่งค่อนข้างติดยาก ในภายหลังลูกศิษย์ใช้การปั้นโดยไปจ้างตามร้านแล้วใช้เครื่องปั้นเป็นยาลูกกลอน และนำทองลงผสมโดยปิดอยู่ในภาชนะไปเลย เมื่อยากลิ้งไปกลิ้งมาเพื่อขึ้นรูปเม็ดกลมๆ ก็จะคลุกเอาทองไปด้วย เม็ดยาจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตร ถึง 1 เซนติเมตร แล้วแต่ใครจะชอบขนาดไหน สำหรับทองคำเปลวนี้ในตำราไม่ได้เขียนไว้แต่ อาจารย์เทพย์ใช้มาตลอด และย้ำอยู่เสมอ ว่าในร่างกายคนนี้มีธาตุทองอยู่ด้วย ถ้าขาดก็ไม่ดีทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ แต่ถ้ามีมากไปก็เป็นโทษเหมือนกัน ดังนั้นการใส่ทองจึงต้องทำแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเม็ดยาเสร็จใช้กล้องส่องดูเห็นเพียงไรๆ ในเนื้อยาเท่านั้น
เป็นที่น่าสังเกตุว่าทองคำนี้ไม่ได้กล่าวโดยตรงในบทกลอนแต่กล่าวซ่อนไว้ว่า “พัสดุเงินทอง จักพูนกูนกอง กว่าโลกหญิงชาย” ซึ่งมีคำว่าทองซ่อนอยู่ เข้าใจว่าเป็นความลับของอาจารย์จะบอกเฉพาะศิษย์ที่ต้องการให้รู้จริงๆ และหากส่องกล้องดูในพระนางพญาที่สภาพสวยๆบางองค์จะเห็นทองไรๆ ในเนื้อพระลักษณะเป็นปื้นๆ แต่อาจารย์ต้อยเมืองนนท์บอกว่าต้องเห็นทุกองค์ ซึ่งอาจหมายถึงองค์สวยๆ ทุกองค์
ผมเองมีพระนางพญาเนื้อเป็นสีดำ เมื่อนำไปให้อาจารย์สนิท คชชาครซึ่งเป็นช่างซ่อมพระมือหนึ่งอยู่ที่จังหวัดอยุธยา อาจารย์สนิทก็ควักเอาพระเนื้อยาจินดามณีของหลวงปู่บุญให้ผมดูแกบอกว่าเนื้อเหมือนกัน แต่องค์ของผมเก่ากว่ามากหลายร้อยปี แสดงว่าสมเด็จพระพันรัตน์วัดป่าแก้วท่านเป็นผู้สร้างพระผงยาจินดามณี และคงจะผสมลงในพระนางพญาด้วยโดยจะสังเกตุเห็นจากทองไรๆ ในเนื้อพระนางพญาองค์สวยๆ และการใส่ทองมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายกับร่างกายเนื่องจากเป็นโลหะหนัก อีกประการหนึ่งเพื่อเป็นการปิดบังสูตรเนื้อยาที่แท้จริง เมื่อเนื้อยาเสร็จการที่เจ้าพิธีหรืออาจารย์จะแอบใส่ทองลงไปโดยไม่ให้คนอื่นรู้ก็ทำได้ง่ายเพราะใช้จำนวนไม่มากนัก

คุณสมบัติพิเศษของยาวาสนาจินดามณี อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร เคยบอกไว้ ใครที่ได้กินยานี้ แม้ป่วยหนักแค่ไหนมีชีวิตต่อไปได้อีก 7 วัน เมื่อครบ 7 วันหากได้กินอีกก็ต่อชีวิตได้อีก 7 วันไปเรื่อยๆ แบบนี้จนกว่าจะกินยาไม่ได้
ในเวลาที่ดวงชะตามีเคราะห์หนักๆ หากได้กินยา สามารถคลายให้เป็นเบา หรือไม่เกิดขึ้นเลย
ท่านยังบอกว่า นำยาจิดามณีมาผสมสร้างเป็นพระติดตัวไว้ก็สามารถคุ้มครองตัวได้เช่นกัน แต่ผมเห็นว่าในคำกลอนบอกให้กิน เลยกินมาตลอดตั้งแต่ปี 2518 จนถึงปัจจุบัน 2552
อาจารย์เทพย์ทำยาครั้งหนึ่งส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยาแต่ละอย่างหนักอย่างละ 4 บาท เพราะเครื่องยาหายากและมีราคาแพง และอาจารย์ให้ฟรีนอกจากใครอยากช่วยค่ายา แต่พี่ตุ๊กแกใช้อย่างละ 2 กิโลกรัม และเก็บไว้ใช้นานๆ และขายเม็ดละ 20 บาท
ในการทำครั้งแรกควรติดต่อหาตัวยาจากแหล่งเดิมจะได้ตัวยาที่ถูกต้องมาเรียนรู้เป็นต้นแบบ

จบแบบของ อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้จากเวบไซด์ ในอินเตอร์เน็ต (ต้องอ่านและพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะบางอย่างมีการจดคลาดเคลื่อน)

"จินดามณีโอสถอันพิลาส" ประกอบดอกคลาด ดอกจันทร์ เกสรบุษบัน เปราะหอม กำยาน โกฐสอ โกฐเขมา ทองน้ำประสาน เปลือกกุมชลธาร กรุงเขมาเท่ากัน ผสมแล้วตำบดพิมเสน ชะมด น้ำผึ้งรวงรัน กฤษณา น้ำมะนาว น้ำมะเขือขื่นคั้นผสมยาเข้าด้วยกัน บดปั้นตากกินเป็นยาวาสนาเลิศล้ำตำราในโลกแผ่นดิน อุปเท่ห์กล่าวไว้ ผู้ใดได้กินจะสวัสดิโสภิณกว่าคนทั้งหลาย พัสดุเงินทองจักพูนกูลนองกว่าโลกหญิงชาย นำมาบูชาอหิวาต์ก็มิวาย ระงับอันตรายทั้งสี่กิริยาโทษหนักเท่าหนัก มาตรแม้นประจักษ์ถึงกาลมรณา ถ้าแม้นใครกินซึ่งยาวาสนากลับน้อยถอยคลาเคลื่อนคลายหายเอย

นอกจากนี้ยังได้แยกเครื่องยาไว้อย่างละเอียดว่า สมุนไพชนิดใดจะเอาส่วนไหนประกอบกับอะไร บดเป็นผงละเอียด เคล้ากับตัวประสานสมุนไพรนั้นมีมากมายหลายชนิด แยกออกเป็นสัดส่วนว่า ส่วนไหนใช้เท่าใด และให้ลงหรือเสกด้วยคาถาอย่างไรบ้าง เมื่อปลุกเสกเครื่องยาแต่ละส่วนตามคาถาที่กำกับแล้วก็ เอาเครื่องยามาผสมกับมีคาถาฤาษีประสมยา ประกอบไว้อีกโสดหนึ่ง ในเรื่องสัดส่วนของสมุนไพรตลอดจนสมุนไพรนอกจากที่ได้กล่าวไว้ในเบื้องต้นนั้น และพระคาถากำกับการเสกสมุนไพรมากมายหลายบท จากนั้นท่านได้แจกแจงรายละเอียดเอาไว้ในส่วนการลงลูกหินและแม่หิน ซึ่งจะใช้บดยาว่า "แม่หินต้องลงอักขระเลขยันต์อีกแบบหนึ่งและมีคาถาประกอบขณะบดยา" การจัดพิธีท่านให้เลือกเอาวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำกลางเดือน ๑๒ ซึ่งหากปีใดได้ราชาฤกษ์หรือเพชรฤกษ์ จัดว่าดีเยี่ยมให้จัดเครื่องสังเวยเทวดาบัตรพลีต่างๆ รวมทั้งราชวัตร ฉัตรธงภายในพระอุโบสถ และมีสายสิญจน์ รอบพระอุโบสถแต่ละทิศให้ลงยันต์ประจำทิศด้วยผ้าแดง ด้านหน้าพระอุโบสถแต่ละทิศ ให้ลงยันต์ตรีนิสิงเห และยันต์จินดามณีประกอบไว้เป็นพิเศษด้วย เมื่อได้ฤกษ์ให้ชุมนุมเทวดา แล้วให้พระภิกษุและฆราวาส ที่ร่วมพิธีพร้อมกัน โดยเฉพาะฆราวาสนั้น หากเป็นหญิงให้ใช้สาวพรหมจารีย์ ซึ่งรักษาศีลอุโบสถ (ศีล ๘) มาแล้ว ๓ วัน ส่วนชายก็ให้รักษาศีลอุโปสถเช่นกัน

ผู้ร่วมพิธีปั้นเม็ดยา หรือกดพิมพ์พระจะต้องภาวนาพระคาถาไปด้วย ไม่ว่าเม็ดยา หรือพระพิมพ์ที่ปั้น และกดเสร็จแล้วจะต้องนำไปปลุกเสกด้วยมนต์ขลังอีกอย่างน้อย ๗ เสาร์ ๗ อังคาร การสร้างยาจินดามณีนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ยาวาสนา" ซึ่งมิใช่มีเฉพาะตำหรับของวัดกลางบางแก้วเท่านั้น วัดอื่นก็มีสร้างกัน เช่น วัดปากครองบางครก อ.บ้านแหลม จ. เพชรบุรี ก็มีการสร้างในสมัยของหลวงพ่อโศก (พระครูอโศกธรรมสาร) เกจิอาจารย์ผู้พระเดื่องนาม ในการสร้างปลัดขิก พระขรรค์และผ้ายันต์ราชสีห์เส้นคู่ ตำหรับการสร้างผงยาจินดามณีของวัดปากคลองบางครกนี้ ก็มีกรรมวิธีการสร้างและอุปเท่ห์การใช้อย่างเดียวกันกับของวัดกลางบางแก้ว ผู้เขียนเข้าใจว่าคงเป็นตำราที่สืบทอดแตกแยกกันออกไป เมื่อได้พูดถึงสูตรผงยาจินดาตรีของทั้ง ๒ สำนักแล้ว ก็อยากจะนำอุปเท่ห์การใช้มาเขียนลงไว้อย่างชัดเจน โดยขอกล่าวถึงอุปเท่ห์การใช้ยาจินดามณีตำหรับวัดกลางบางแก้วก่อน ใครได้รับประทานยาจินดามณีแล้วจะบันดาลให้เกิดศิริสวัสดีและลาภผล หากบูชาเอาไว้จะป้องกัน
และรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ แม้แต่อหิวาตกโรคผู้ใดมีไว้จะปราศจากอันตรายใดๆ ในทุกอิริยาบถผู้ใดต้องโทษทัณฑ์ก็จะบรรเทาเบาบางลงได้ ผู้ใดป่วยหนักแม้แทบจะสิ้นชีวิต หากได้รับประทานอาจินดามณีแล้ว ก็จักรอดตายฟื้นหายจากโรคนั้นสำหรับวิธีการใช้ยาขอยกเอามาเพียงบางส่วนดังนี้
ถ้าใช้รักษาอหิวาตกโรคให้เอายอดทับทิมต้มผสมกับกานพลูและน้ำปูนใส แล้วฝนเม็ดยาใส่ลงไปดื่มรับประทานหายจากโรคแล
แก้โรคเสมหะตีขึ้น(คนป่วยถ้าเสมหะตีขึ้นแล้ว มักจะไม่รอด) ให้ใช้ดีหมีผสมน้ำร้อน แล้วใส่ยาจินดามณีผสมลงไปรับประทาน
ถ้าเกิดคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล ให้เอายาใส่น้ำเสกด้วย "เอกัง จินดามณีมันตัง" เป็นเมตตามหานิยม แล้วเอาน้ำประพรมศรีษะ เอาเม็ดยาอมไว้ตลอดเวลา จะชนะความทั้งสิ้นแล
หากจะให้ปัญญาดี ให้เสกด้วยพระคาถาต่อไปนี้ ๓ คาบ
"ตะโตโส ปัณฑิโต ปิหิโส อัตถะ ทัสสีมะโหสะ โถ" แล้วอมยาจะท่องมนต์คาถาสารพัดวิชา จำได้สิ้น ที่หลงลืมก็จะระลึกได้อุปเท่ห์การใช้ผงยาจินดามณี ของวัดกลางบางแก้วนี้ยังมีอีกมาก เอาไว้กล่าวถึงในบทเฉพาะเกี่ยวกับพระคาถาอาคมของหลวงปู่บุญ
สิทธิการิยะ จะกล่าวถึงสรรพคุณวิเศษของยาจินดามณี ตำหรับวัดปากคลองบางครก (อันที่จริงก็ตำรับเดียวกันนั่นแหละครับ เพียงแต่แตกแยกออกไปเท่านั้น)
แก้โรคในจักษุ ๖ แก้ในจมูก ๓ ประการในลิ้น ๖ ประการ ในฟันในท้อง ๔ ประการ แก้ไขบั้นปลายก็ได้ แก้ลมมหาสดมภ์ แก้ลมราชยักษ์กุมภัณฑ์ยักษ์ แก้อ่อนเปลี้ยเพลียใจ คลื่นไส้เอาเจียรเป็นยาครรภ์รักษา แก้หัวพิษ หัวกาฬ ละลอกน้ำ ละลอกไฟ
ผิวเป็นอัมพฤก อัมพาต ตายไปทั้งตัวก็ดีฝ่ายซ้ายขวาก็ดี ตีนมือ คาง ขากรรไกร ก็ดีหาสมประดีไม่ได้ไซร้ ให้เอาหญ้าฝรั่ง พิมเสนทองคำ บดด้วยยาละลายกรอกลงไปได้สติลืมตามีน้ำตาไหล น้ำลายยืดแล้วหายแล ถ้าคนไข้บีบมือเหมือนจะออกคำ แต่ออกมิได้ให้เอาดีหมีก็ได้ถ้าไม่มีดีงูก็ได้ ต้มน้ำให้ละลายประมาณครึ่งถ้วยพริก ใส่เหล้าครึ่งให้กินเถิดถึงเสลดหางวัวตีขึ้นก็จับกลับหาย หายมากแล้ว
ถ้าผู้บ่าวสาว ชักดิ้นงักงอ หมดสติตีนมือเกร็ง มีมายาต่างๆ เหมือนผีสิงก็ดีกัดฟันหน้าเบี้ยว ให้เอาพิมเสนมาบดด้วยยาใส่ฝิ่นรำหัส ให้ต้มน้ำขิงทุบ เอาน้ำอุ่นเยี่ยวหนูให้กิน ถ้ามิฟังให้เอาหัวหอม ๓-๔ หัวตำ คั้นน้ำบดยาให้กิน
แก้กำหนัดกามราคะขึ้น เป็นลมเบื้อนสูงสงบและเลือดระดูทำพิษให้เอาเสนียด คำฝอยต้ม
แก้สวิงสวาย หน้ามืดตาลาย กระวนกระวายเป็นทุกข์ระส่ำทรวง หัวใจเต้นดังตีปลาเหงื่อกาฬแตก บดยาใส่น้ำดอกไม้สด น้ำมะลิ บังหลวง กระดังงาก็ได้ ทั้งกินทั้งดมหายใจแลแก้ร้อนใน น้ำดอกไม้เทศ
แก้ทราง ละลายน้ำพ่น ชะโลมตัวหายแล
แก้เลือดตก น้ำมะขามเปียกครึ่งชามแกงแซกเหลือตัวผู้ แก้ลมบ้าหมู น้ำมะนาว แก้ไอมะนาวแทรกเกลือ
ตกลงป่วง ลงราก โรคห่า ละลายน้ำยา ด้วยน้ำฝนกินให้อิ่มหายพลัน ถ้ามิฟังเอาเปลือกมะม่วง ๓ เปลือก ต้มใส่ปูนน้อยหนึ่ง ต้ม ๓ เอา ๑ ละลายกินเถิดหาย
แก้บิดมูกเลือด ขมิ้นข้น ๓ แว่น ทายาฝิ่นหรือขี้ยากรอบงโรยลงปิ้งไฟเกรียม บดด้วยน้ำปูนใสใส่ยา ๑ เม็ดกิน ๓ ที หายดีนัก แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อใช้น้ำขิงต้ม
แก้โรค อุปทม ทุเลาวสา มุตกิต มุตฆาต ยักน้ำกระสายธาตุ ๔ ต้ม ให้ถ่ายใช้เกลือหนัก ๑ ชั่ง
ธาตุหนักก็เพิ่มขึ้น ใบมะขามต้มเป็นกระสาย

องคชาติปวดแสบในลำปัสสาวะ เมื่อปัสสาวะเป็นกำลัง บานไม่รู้โรยขาว ทั้งห้าต้นแทรกสารส้ม รำหัสละลายยากินเถิดหาย
มักหนักถ่วงท้องน้อย บางครั้งมีแน่นให้เอาใบมะดัน ๙ ใบลงด้วยนวหรคุณต้มแทรกสารส้มกินหาย เมื่อทุเลาแล้วแต่งยาชื่อกษัยองคสุตรกินเสียหายแล
แก้หัวพิษ หัวกาฬ หัวละลอก ใช้น้ำครำฝนยาทาใช้น้ำขี้เถ้าดินเผาไฟก็ได้ใบมหากาฬตำก็ได้
แก้บาดทะยัก เอาผักปราบตำใส่ปูน น้ำมะนาวบีบลงในยานี้ทาหาย ถ้าชักกระตุกแล้วให้รีบทาเถิด ยักยาอื่นตายแล
อนึ่งทารกแรกเกิด ให้เอายาฝนกับน้ำผึ้งรวงแล้วหยอดให้ทารกนั้นกิน ๓ วันแรกเสียงจะดีนักแล เลี้ยงง่ายปัญญาดีแล
ถ้าให้มีปัญญาพาที ให้เสกด้วยพระคาถานี้ ๓ จบ แล้วอมยาไว้จะเล่าบ่นมนต์คาถาสารพัดวิชาจำได้สิ้นที่เลือกลืมหลงก็จะรำลึกได้แล
ให้เสกด้วยมนต์มหาจินดาติดตัวไปเป็นเสน่ห์บังเกิดลาภผลที่ตนปรารถนาแล
สู้ความชนะ ให้เสกด้วย พัสสมิงกิเนนโตฯ
ให้เสกด้วย เอกจินดา มณีมนตํ ติดตนไปเป็นมหานิยมภาวนา อุอากะสะ ทำการไร่นามิเหนื่อยแล
ให้ภาวนาด้วยบท ยันทุนนิมิตตัง จบหนึ่งเอายาติดตัวไว้กลัวลางนิมิตร้ายแล
อมยาแล้วนั่งเหนือลมภาวนา อิตถีจิตตํ ปิยํ มะมะ รักและหลงเรา จากไปมิได้แล
เมื่อจะเดินทางไปสารทิศ เข้าหายเจ้านายผู้ใหญ่ ใช้ยานี้แช่น้ำใช้น้ำนั้นสระหัวอมยา แล้วภาวนา สัตถาเทวมนุสสานัง พุทโธ ภควาติ ๗ คาบผู้ใหญ่ เจ้านายหายโกรธ ช่วยเหลือเราทุกทางเลย
ถ้าเผชิญด้วยหมู่ศัตรูหมู่ร้าย ให้อมยาแล้วภาวนา พามานา อุกะสะนะทุ ๘ คาบ ชนะศัตรู ศัตรูทำร้ายมิได้ แคล้วคลาดสารพัดแล
เอายาติดตัวไปป้องกันสรรพโรคภัย ป้องกันเสนียดจัญไร กันย่ำยีด้วยคุณไสย คุณผี คุณคน สารพัดพิษ ผิดสำแดง
เมื่อต้องยาเบื่อมา เอารากมะปรางหนึ่ง หัวนุมานกระทบแท่งหนึ่ง ฝนทำน้ำกระสาย หรือ
เอาแต่อย่างหนึ่งก็ได้กินเถิดมิเป็นไรอย่าประมาทเลย เคยแก้ยาสั่งมาแล้ว ถ้าติดตัวไปมิต้องเราแล
ให้มีติดตัวถึงคราวอับจนจะได้ใช้ ตามืด หูมืด ใช้ได้ทุกเมื่อ มีอำนาจวิเศษคุณมากตีค่าไว้ถึง ๘ ชั่งทองแล

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระคาถาเสกยาจินดามณี
"จินดามณี ปิยังมันตัง ยะสังธาสังโกนัง อุปะสันติ สิเนหัง มาตาปิตาวะ โอระหัง ปะโพตันจะ มหาราชา ตะวังมังโปสัตถุ โนทีปัง กาเรเทโว สุโป เสทิ กิญจิ เทโว เย สักโก ปัชชัง ทัสมิง กินเนวา ทัตตาปิยัง กันตัง สาริปุตโต ภวันตุ เม สิทธิลาภัง ชนานะเย มณีจินดา ปิยัง จะ ธะนังสัพเพชะนา พหูชะนา ปิยังมะมะ"

มนต์จินดาบทนี้มีคุณเป็นเอนกประการ ขอให้ผู้มีเม็ดยาหรือพระยาจินดามณี หมั่นท่องบนภาวนาเป็นประจำจะช่วยเสริมอิทธิฤทธิ์และบุญฤทธิ์ของยาให้บังเกิดสรรพคุณเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่หากท่านยังไม่มีเม็ดยาหรือพระยาจินดามณี ถ้าจะจดจำเอาไว้สวดภาวนาอยู่เป็นนิจก็ไม่ถือว่าเป็นความผิด พุทธคุณนั้นมากหลาย โดยจะขอจำแนกแจกแจงตามวิธีใช้ดังต่อไปนี้ ขอทบทวนบทที่เขียนไปแล้ว ๒ บทด้วยคือ
ถ้าเกิดคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล ให้เอายาใส่น้ำเสกด้วย "เอกัง จินตามณีมันตัง" เป็นเมตตามหานิยม แล้วเอาน้ำปะพรมศรีษะ แล้วอมเม็ดยาไว้ตลอดเวลาจะชนะความสิ้นแล และเป็นเมตตามหานิยมแก่คนทั้งปวง
ถ้าให้ปัญญาดีเสกด้วยคาถาบทนี้ ๓ จบ "ตะโต โส ปัณฑิโต ปีหิโส อัตถะทัสสิ มะโหสะโถ" แล้วอมยา จะท่องบ่นมนต์คาถาสารพัดวิชาจำได้สิ้นที่หลงลืมก็จะรำลึกได้
ถ้าป้องกันงูและสัตว์พิษ ให้ท่องมนต์บทนี้ "เอกัง จินตามณี นาคา มันตัง" งูทุกชนิดจะไม่อาจทำอันตรายได้
ถ้าอยากจะให้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการงานท่านให้ภาวนามนต์ต่อไปนี้ "อุ อา กะ สะ"
ถ้าต้องการให้เหตุร้ายกลายเป็นดี ท่านให้ภาวนามนต์ต่อไปนี้ ให้ภาวนาด้วยบท
"ยันทุนนิมิตตัง อวมังคะลัญจะ"
ถ้าอยากให้คนรัก รักเราเป็นนิรันดร์ท่านให้อมเม็ดยาเอาไว้ แล้วนั่งเหนือลมภาวนามนต์
"อิตถี จิตตัง ปิยัง มะมะ"
เมื่อจะเดินทางไปสารทิศใด เข้าหาเจ้านาย ผู้ใหญ่ ให้เอายาแช่น้ำ ใช้น้ำนั้นสระผม อมเม็ดยา ไว้แล้วภาวนา "สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ" ๗ คาบ ผู้ใหญ่เจ้านายหายโกรธ ช่วยเหลือเราทุกเมื่อ
ถ้าเผชิญศัตรูหมู่ปัจจามิตร ท่านให้อมเม็ดยาแล้วภาวนาหัวใจพาหุงว่า "พามานา อุ กะ สะ นะ ทุ" ๘ คาบ ชนะศัตรู ศัตรูทำร้ายเรามิได้ แคล้วคลาดสารพัดแล

From : Fortune Stars  
Email : IP : 110.49.233.xxx

ลบ



ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
พิมพ์รหัส รหัสที่ต้องนำไปพิมพ์กรอก รูปกุญแจ กรอกรหัสตามที่เห็นด้วยครับ